การหลอมทองมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?

การหลอมทอง ไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมในกลุ่มผู้ที่มีทองเก่า ทองชำรุด นำไปให้ร้านหลอมดำเนินการหลอม แล้วคิดราคาตามนำหนักจริงของทอง จะได้ราคาที่ยุติธรรม บทความนี้จะสรุปทุกประเด็นที่น่ารู้ เกี่ยวกับการหลอมทองขายเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสด 

ในกรณีที่มีทองหลายชิ้น หรือทองที่ไม่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ การหลอมก่อนขายจะให้ผลประโยชน์ที่ดีกว่า การเดินไปขายหน้าร้านทีละชิ้น ด้วยเหตุผลต่อไปนี้ 

  • พิสูจน์เนื้อทองให้เห็นชัดเจน ทองรูปพรรณบางชนิด อาจมีการยัดไส้หรือมีน้ำประสานทองจำนวนมาก การหลอมจะช่วยรีดเอาสิ่งแปลกปลอมออก ทำให้เห็นเนื้อทองแท้ ที่เหลืออยู่จริงๆ ช่วยลดข้อพิพาทเรื่องเปอร์เซ็นต์ทองกับผู้รับซื้อ
  • เพิ่มอำนาจการต่อรอง เมื่อทองถูกหลอมเป็นก้อน และผ่านการตรวจเช็กเปอร์เซ็นต์ (XRF) จะเห็นตัวเลขความบริสุทธิ์ของทองที่ชัดเจน เพื่อยืนยันกับร้านรับซื้อ ลดความเสี่ยงการโดนกดราคาโดยอ้างว่า ทองดูเก่า หรือ ทองเปอร์เซ็นต์ต่ำ ได้
  • รวมเศษเล็กเศษน้อยให้เป็นมูลค่า การขายเศษทองชิ้นเล็กๆ เช่น ตะขอขาด ต่างหูข้างเดียว หรือสะเก็ดทอง ร้านทองมักจะตีราคาเหมา ซึ่งจะต่ำกว่าราคากลางมาก การหลอมรวมเป็นก้อนเดียว จะทำให้ได้เงินคืนกลับมาตามน้ำหนักจริงที่คุ้มค่ากว่า
  • ความสะดวกในการทำธุรกรรม การขายทองเป็นก้อนเดียวหลังจากหลอมช่วยลดขั้นตอนการตรวจเช็กทีละชิ้นของพนักงาน ทำให้กระบวนการขายรวดเร็ว และตรวจสอบน้ำหนักได้แม่นยำกว่า
  • ทองชำรุดหนัก สร้อยขาดละเอียด, ทองบุบ, ทองที่เสียรูปทรงจนซ่อมไม่ได้
  • ทองผสม (ทองเก๊ปนแท้ หรือ ทองเขียว) คือ ทองที่มีเปอร์เซ็นต์ต่ำ หรือไม่แน่ใจที่มา
  • เศษทองจากงานช่าง เช่น สะเก็ดทอง หรือทองที่เหลือจากการขึ้นรูปเครื่องประดับ
  • ทองที่มีอัญมณีเยอะ ทองที่ประดับมุกหรือพลอยที่แกะออกยาก การหลอมจะช่วยแยกเนื้อทอง ออกจากสิ่งแปลกปลอมได้สะอาดที่สุด
  • ประเมินน้ำหนัก ควรชั่งน้ำหนักทองทั้งหมด ด้วยเครื่องชั่งดิจิทัลและถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเปรียบเทียบกับน้ำหนักที่ร้านชั่งได้
  • แยกประเภททอง หากพอทราบประเภทของทองที่มี ควรแยกทอง 96.5% และทองเปอร์เซ็นต์ต่ำออกจากกัน เพื่อไม่ให้ค่าความบริสุทธิ์รวมลดลง
  • เลือกสถานประกอบการที่น่าเชื่อถือ ควรไปร้านหลอมทองโดยเฉพาะ หรือร้านทองรายใหญ่ ที่มีเครื่องยิงเลเซอร์เช็กเปอร์เซ็นต์ทอง เพื่อความโปร่งใสในขั้นตอนการวัดค่า
  • เตรียมบัตรประชาชน ตามกฎหมายการขายทองหรือหลอมทองต้องใช้บัตรประชาชนในการทำธุรกรรม 
  1. การคัดแยก ช่างจะคัดแยกสิ่งที่ไม่ใช่ทองออก (เช่น เพชรซีก, พลอย, ลวดโลหะ)
  2. การหลอมละลาย นำทองใส่ในเบ้าหลอม (Crucible) และใช้ความร้อนสูงถึงประมาณ 1,064°C จนทองละลายเป็นของเหลว
  3. การเททอง เททองเหลวลงในแม่พิมพ์ (Molds) เพื่อให้แข็งตัวเป็นก้อน
  4. การตรวจสอบความบริสุทธิ์ หลังจากได้ก้อนทอง จะนำไปเช็กค่าความบริสุทธิ์ด้วยเครื่อง XRF (X-ray Fluorescence) เพื่อดูว่าก้อนนี้มีทองกี่เปอร์เซ็นต์ (เช่น 96.5% หรือ 90%)
  5. การตีราคาและรับเงิน ร้านจะคำนวณราคารับซื้อจากน้ำหนักสุทธิและเปอร์เซ็นต์ทองที่วัดได้จริง ณ วันนั้น

การนำทองไปหลอมขายส่วนใหญ่ ไม่มีค่าบริการเป็นเงินสดที่ต้องจ่ายล่วงหน้า แต่ค่าใช้จ่ายจะถูกหักออกในรูปแบบของส่วนต่างน้ำหนัก หรืออาจมีค่าบริการอื่น

  • ค่าธรรมเนียมการหลอม ขึ้นอยู่กับทางร้าน (ควรสอบถามก่อน)
  • ค่าสูญเสียเนื้อทอง (Gold Loss) ในกระบวนการหลอม สิ่งสกปรกจะหลุดออกไป และเนื้อทองบางส่วนจะหายไปกับไฟ ประมาณการจะอยู่ที่ 1% – 3% ของน้ำหนักทองทั้งหมด
  • ค่าเช็กเปอร์เซ็นต์ (XRF) หากต้องการใบเซอร์ฯ ยืนยันความบริสุทธิ์หลังหลอม อาจมีค่าบริการยิงเลเซอร์เช็กค่าทอง ควรตรวจสอบกับทางร้าน 

สรุป การหลอมทองเพื่อขายโดยทั่วไปจะไม่มีค่าบริการเป็นเงินสดที่ต้องควักจ่ายล่วงหน้า แต่จะมีน้ำหนักทองที่สูญหาย ในระหว่างกระบวนการ ซึ่งเรียกกันในวงการว่า ค่าเผา หรือ ค่าเปอร์เซ็นต์ โดยปกติจะหักประมาณ 2-5% ของมูลค่าทองคำที่นำไปหลอม สามารถขอคำแนะนำการหลอมทองขาย หรือประเมิณน้ำหนัก ราคาเบื้องต้นสอบถามที่ ห้างทองธัญญ์ฐิตา ผู้เชี่ยวชาญด้านการหลอมทอง เช็คเปอร์เซนต์ทอง และบริการครบวงจร